- คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI) คือ สื่อการเรียนการสอนโดยใช้เครื่อง
คอมพิวเตอร์ประเภทหนึ่ง ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่างๆ อันได้แก่ ข้อความ เสียง ภาพนิ่ง กราฟิกส์ แผนภูมิ กราฟ วีดีทัศน์ ภาพเคลื่อนไหว เป็นลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และเป็นการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้ เป้าหมายก็คือ กระตุ้นและสร้างความน่าสนใจให้กับผู้เรียนไม่ให้เกิดความเบื่อหน่ายในการเรียนรู้ อาจจะอยู่ในรูปแบบของแผ่น ซีดี หรือ ดีวีดี
- อีเลิร์นนิ่ง (Electronic Learning: e-Learning) คือ รูปแบบการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครือข่าย
อินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กทราเน็ต ตลอดจนสัญญาณโทรทัศน์และดาวเทียม ใน e-Learning อาจารย์ผู้สอน สามารถใส่เนื้อหาสื่อการสอนลงไป ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ วิดีโอ แบบฝึกหัด รวมถึงการมีสภาฟอรั่ม (Forum) ให้สามารถโต้ตอบกันได้ และสะดวกในการเรียน เข้าถึงได้ง่าย ปรับปรุงใหม่ได้ง่าย ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สามารถทบทวนได้หลายๆ รอบ ใช้ฝึกทักษะได้ดีทั้งการฟังและการอ่านภาษาอังกฤษ
- อิเล็กทรอนิกส์บุ๊ค (Electronic Book:e-Book) คือ การนำเอาเนื้อหาที่มีอยู่ในหนังสือ นำมาใส่ไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ ที่สามารถเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายอินเทอร์เน็ต อาจเพิ่มลูกเล่นใส่สื่อผสมหลายอย่างเข้าไปเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ เช่น วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว สามารถเปิดอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา อีบุ๊คในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถใช้งานได้ง่ายสะดวก ไม่ต้องพกพา ใช้งานได้ทั้งบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต
- เว็บบล็อกและออนไลน์คอร์ส (Weblog and Online Course) Weblog หรือ Blog มาจากคำว่า Web + log 2 คำรวมกัน Web คือ Website หรือ World Wide Web (WWW) ส่วนคำว่า Log มาจากคำว่า บันทึก บางทีก็ใช้คำว่า Blog เป็นกิริยา หมายถึงการดูแลรักษา (Maintain) หรือ การสร้างเนื้อหาลงในบล็อก ส่วนคนเขียนเล่าเรื่องเรียกว่า Blogger ตำนานเริ่มแรกของการเขียน Weblog ส่วนใหญ่เป็นการเล่าเรื่องชีวิตครอบครัวประสบการณ์ของตนเอง คล้ายกับการเขียนบันทึกไดอารี่ (Diary) ประจำวัน เพื่อบันทึกความทรงจำอันดีของตนเอง และเพื่อป้องกันโรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) ด้วย เว็บบล็อกสามารถนำมาช่วยในเรื่องของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษได้ ผู้สอนสามารถใส่เนื้อหาหรือ Contents การสอนลงไปได้ และสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนได้
- เพลงคาราโอเกะ (Karaoke Song) เพลงคาราโอเกะ ช่วยในการเรียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างมาก และเก่งได้เร็ว เพราะในบทเพลงจะมีตัวหนังสือขึ้นให้ร้องไปด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ และมีใจรักในเสียงเพลง เนื่องจากไม่ทำให้เกิดความเบื่อหน่าย จดจำเนื้อเพลงได้เร็วและสามารถร้องได้หลายรอบจนกว่าจะหมดแรง และปัจจุบัน มีแอพพลิเคชั่นเพลงคาราโอเกะนี้ขึ้นมา ที่เรียกว่า Smule Sing Karaoke ผู้ร้องสามารถร้องเพลงคู่กับนักร้องที่ตัวเองชื่นชอบ อย่างเช่น น้องกวาง อาริศา ร้องเพลง Flashlight คู่กับ Jessie J นักร้องาสาวชาวอังกฤษ ซึ่งมีผู้คนเข้าไปติดตามชมกันมากเป็น 6-7 แสนวิว (Credit: ivory hanna, www.youtube.com/watch?v=FN69wgIDvAU, Published on Jun 16, 2015 and www.itong2go.com)
- ภาพยนตร์ซาวแทรค (Soundtrack Movies) คือ การฟังบทพูดหรือสนทนาในภาพยนตร์เป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอื่นๆ เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการช่วยฝึกฝนการเรียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ถ้าฟังไม่ค่อยออกหรือฟังไม่ค่อยรู้เรื่องก็ยังไม่เป็นไร เพราะถ้าหัดฟังหลายๆ รอบ และพยายามเดาและตีความหมาย เดี๋ยวก็เริ่มรู้เรื่องและเข้าใจไปเอง วิธีนี้ใช้ได้ดีมาก เพราะมีภาพ เสียง บรรยากาศต่างๆ ทำให้สามารถจดจำเนื้อเรื่องได้อย่างติดตาติดใจ และทำให้รักภาษาอังกฤษ เข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีและเร็วขึ้น เช่น การชมภาพยนตร์เรื่องคนเหล็ก (Terminator)
- โซเชียลเน็ตเวิร์ค (Social Network) โซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ คือ การสร้างชุมชนออนไลน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้สามารถขจัดอุปสรรคในเรื่องของเวลา ระยะทางไกล และความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม ประชาชนทั่วไปสามารถมีปฏิสัมพันธ์ออนไลน์กับบุคคลอื่นๆ ได้ ด้วยการแบ่งปันความคิดเห็น เชาว์สติปัญญา สารสนเทศเรื่องราวที่สนใจ และประสบการณ์ชีวิต สมาชิกในเครือข่ายอาจจะใช้เว็บไซต์ทำการปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานที่พวกเขารู้จัก ใช้เป็นช่องทางสร้างความสัมพันธ์กับคนที่เป็นมืออาชีพในด้านต่างๆ อีกมากมาย เช่น Facebook, Twitter, YouTube, Line การใช้ทวิตเตอร์นับว่าเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่ง ในการพัฒนาภาษาอังกฤษ เพราะในทวิตเตอร์จะเป็นการใช้ประโยคสั้นๆ เพียง 140 ตัวอักษร ในทวิตเตอร์ จะทำให้เราสามารถพัฒนาภาษาอังกฤษจากประโยคสั้นๆ ได้ อย่างบ่อยครั้ง ทวิตเตอร์จะมีการใช้งานและอัพเดทข้อมูลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะทำให้เรารู้ศัพท์ใหม่ๆ และแนวโน้มต่างๆ ได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยพัฒนาคำศัพท์ภาษาอังกฤษได้อย่างดีและรวดเร็ว ส่วนใน YouTube ปัจจุบัน มีการใส่เนื้อหาวิดีโอการเรียนภาษาอังกฤษไว้มากมาย ทำให้ง่ายและสะดวกต่อการเรียนอย่างยิ่ง